องค์กรผู้เชี่ยวชาญพร้อมตัวแทนผู้ปกครอง ครู เด็ก และนักเรียน เข้าพบผู้ว่าฯกทม.เสนอโครงการนำร่องหมวกนิรภัยในโรงเรียนก่อนเปิดเทอมใหญ่กลางเดือนนี้ พร้อมยื่นรายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 12,000 คน

ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ตอบรับ “โครงการเด็กไทยซ้อนใส่หมวก – 7% Project ” ชี้เป็นโครงการที่เป็นรูปธรรม เชื่อจะทำให้เด็กหันมาสวมหมวกนิรภัยและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

6 พ.ค. 2558- มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลัง การรับรายชื่อจำนวน 12,000 คน ที่เสนอ กทม. ให้นำโรงเรียนในสังกัดร่วมโครงการ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก – 7% Project” ซึ่งรณรงค์โดย มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (API foundation)ประเทศไทย  และ องค์การช่วยเหลือเด็ก(Save  the Children) ว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่มีความห่วงใยเด็กๆของเรา โดยนำเสนอโครงการที่เป็นรูปธรรมในการเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทางของนักเรียน  เพราะกทม. ได้ให้ความสนใจต่อเรื่องความปลอดภัยมาโดยตลอด

“เช่นเดียวกับทุกท่าน เราเป็นห่วงมากที่สุดคือเด็กและเยาวชนที่เรียนในโรงเรียนสังกัดกทม.ของเรากว่า 300,000 คน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของเราโดยตรง จึงขอขอบคุณทั้งสององค์กรที่ร่วมรณรงค์และประชาชนที่สนับสนุนเรื่องนี้ด้วย”

บรรยากาศการยื่นรายชื่อเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีตัวแทนทั้ง 2 มูลนิธิ พร้อมครูและนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆที่เห็นด้วยกับโครงการนี้

โดยผู้ว่าฯกทม.ได้รับรายชื่อพร้อมร่วมลงนามสนับสนุนสัปดาห์ความปลอดภัยทางถนน สหประชาชาติซึ่งตรงกับวันที่ 4 – 10 พฤษภาคมนี้

โดยตัวแทนผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มผู้ปกครอง ครู และนักเรียน ได้เสนอให้ผู้ว่ากทม.นำโรงเรียนในสังกัดเข้าร่วมโครงการนำร่อง  ที่มุ่งเน้นการให้การศึกษาเพื่อปรับพฤติกรรมของเด็ก รวมทั้งการอบรมครูและผู้ปกครองโดยมีโรงเรียน กทม. เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยในชุมชนอย่างแท้จริง

นางรัตนวดี  เหมนิธิ วินเธอร์  ประธานกรรมการมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (API foundation) ประเทศไทย กล่าวว่า  เป้าหมายของโครงการ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก – 7% Project” นี้ คือ  ภายในปี 2560 สามารถป้องกันเด็กกว่า 2,000 คนจากการเสียชีวิต และอีก  50,000 คนจากการบาดเจ็บร้ายแรง  จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์

ดังนั้น  เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง  The 7% Project  จึงมุ่งเน้นการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการทั้ง เรื่องการศึกษา การสื่อสารกับมวลชน การบังคับใช้ และ การสร้างนวัตกรรม

น.ส.อรุณรัตน์ วัฒนผลิน ผู้ประสานงานโครงการจากองค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า  เหตุที่เราทำงานกับโรงเรียน เนื่องจากเห็นว่าการเดินทางจากบ้านไป -กลับโรงเรียน คือ เส้นทางหลักสำหรับครอบครัว ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่ใช้จักรยานยนต์ในการรับ-ส่งบุตรหลาน

“ The 7% Project  จึงเริ่มต้นทำงานร่วมกับโรงเรียนประถมศึกษาเพื่อรณรงค์ให้หมวกนิรภัยเป็นส่วนหนึ่งของชุดนักเรียน โดยจะทำงานร่วมกับชุมชน เด็กๆ ผู้ปกคอง และประชาชนทั่วไปที่สนใจเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน”  นางรัตนวดี กล่าว

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยในแต่ละปี มีเด็กกว่า 2,600 คนเสียชีวิต หรือมากกว่า 7 คนต่อวัน และอีกเกือบ 200 คนต่อวันได้รับบาดเจ็บหรือพิการ หรือกว่า 72,000 คนต่อปี

 

มีเด็กในวัยเรียน ทุกๆวันราว 1.3 ล้านคนที่เดินทางโดยการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ แต่กลับมีเพียง 7% เท่านั้นที่สวมหมวกนิรภัย จึงเป็นที่มาของชื่อโครงการ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก – The 7% Project” ซึ่งริเริ่มโดยทั้งสององค์กรเมื่อปลายปี2557

 

 

DSC_9494 DSC_9371 DSC_9403 DSC_9559 DSC_9521 DSC_9502 DSC_9393