ฮือฮาไม่หยุด คลิปวิดีโอ “พระกันน็อค” สุดแนว ยอดวิวทะลัก ด้านฮีโร่กันน็อคทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ต่างร่วมแรงใจโปรโมทแคมเปญ หวังปลูกจิตสำนึกความปลอดภัยบนท้องถนน

ฮือฮาไม่หยุด คลิปวิดีโอ “พระกันน็อค” สุดแนว ยอดวิวทะลัก ด้านฮีโร่กันน็อคทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ต่างร่วมแรงใจโปรโมทแคมเปญ หวังปลูกจิตสำนึกความปลอดภัยบนท้องถนน

องค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children ประเทศไทย เดินหน้าแผนรณรงค์เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนระลอกใหม่ พร้อมขยายโครงการครอบคลุมไปยังโรงเรียนอีก 100 แห่งภายในสิ้นปี 2558

ฮีโร่กันน็อครุ่นจิ๋วจากโรงเรียนระดับประถมศึกษาในกรุงเทพฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรม “นักเรียนกันน็อค” บ่มเพาะต้นกล้าเพื่อเป็นผู้นำในปฏิบัติการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยของการใช้รถใช้ถนน โดย องค์การช่วยเหลือเด็กเชื่อว่า เด็ก คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ใช่เฉพาะกับตัวเด็กเองเท่านั้นแต่กับบรรดาคุณครู และผู้ปกครอง ให้หันมาสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์

โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกรุงเทพมหานคร หลังจากที่ตัวแทนจากองค์กรช่วยเหลือเด็ก Save the Children และมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย ได้ร่วมกันยื่นรายชื่อผู้สนับสนุนต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชื่อเพื่อผลักดันให้เกิดโครงการดังกล่าวจนนำไปสู่การคัดเลือกโรงเรียนนำร่อง 6แห่งในสังกัดกรุงเทพมหานคร

ควบคู่ไปกับโครงการนักเรียนกันน็อคแล้ว องค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children ก็ได้เปิดตัวแคมเปญ “Helmet Hero” หรือ “ฮีโร่กันน็อค” ภาคผู้ใหญ่ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยได้รับเกียรติจากผู้มีชื่อเสียงจำนวน 11 ท่าน จากทุกสาขาอาชีพต่างๆมาบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์จริงของพวกเขาที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนและหมวกนิรภัย ยกตัวอย่างเช่น คุณดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง คุณครูสมศรี ธรรมสารโสภณ ติวเตอร์ภาษาอังกฤษที่รักของลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ Biker Chicks Thailand บรรดาสาวนักบิดสุดเปรี้ยว ดร.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยเพื่อการป้องกันอุบัติเหตุและความรุนแรงในเด็ก พลตำรวจตรีฤชากร จรเจวุฒิ ผกก. บก.น.8 ผู้รณรงค์เรื่อง ”หมวกกันน็อคของหนู” ใน 11 สถานีตำรวจในสังกัด และคุณคูณคลัง เค้าภูไทย ผู้กำกับโฆษณามือรางวัล เป็นต้น

ล่าสุด ยอดวิวคลิปไวรัล พระกันน็อค ที่นำเสนอเรื่องราวของหลวงพ่อรูปหนึ่งกำลังเดินพรมน้ำมนต์กลางสี่แยกให้กับผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์และคนซ้อนท้าย ที่นำเสนอผ่านเฟสบุ๊คของโครงการ www.helmethero.org  รวมทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟใต้ดิน ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มียอดวิวทะลุหลักแสน เป็นที่เรียบร้อย เนื้อหาคลิปดังกล่าวสร้างขึ้นจากประสบการณ์จริงของพระครูปทุมธรรมธาดา ผู้ช่วยเจ้าเอาวาสวัดปทุมวนาราม ที่เพียรอบรมสั่งสอนให้พุทธศาสนิกชนรู้จักดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาทด้วยการสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งที่ขี่มอเตอร์ไซค์

อรุณรัตน์ วัฒนผลิน ผู้จัดการโครงการเพื่อความปลอดภัยของการใช้ถนน องค์การช่วยเหลือเด็ก กล่าวว่า ฮีโร่รุ่นจิ๋วจากโครงการ “นักเรียนกันน็อค” และ ฮีโร่กันน็อคจากภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุดจะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในสังคม โดยเฉพาะกับบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง และคุณครูให้ตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยเวลาเดินทางโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ

“เราเชื่อว่าเด็กๆ มีพลังสร้างสรรค์และสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทั้งในกลุ่มเพื่อนนักเรียน และคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นคุณครูหรือพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือแม้แต่ คนขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างให้สวมหมวกกันน็อคเป็นประจำเพื่อความปลอดภัย” คุณ อรุณรัตน์กล่าว

Save the Children มีวัตถุประสงค์ให้โครงการโรงเรียนกันน็อคเป็นเหมือนสื่อกลางให้เด็กๆ เข้าใจว่าทุกชีวิตมีคุณค่า และเรียนรู้ที่จะป้องกันตนเองจากอุบัติเหตุและอันตรายที่คาดไม่ถึงด้วยการสวมหมวกกันน็อค นักเรียนสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเองอย่างอิสระ เพื่อออกแบบ และจัดกิจกรรมบอกเล่าเรื่องราวความปลอดภัยของการใช้รถใช้ถนนให้กับเพื่อนนักเรียน ผู้ปกครอง รวมทั้งผู้ใหญ่ในชุมชนให้รับรู้

อาจารย์หทัยรัตน์ เปี่ยมวิทย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบางจาก  ซึ่งเป็น 1 ใน 6 โรงเรียนนำร่องโครงการ “นักเรียนกันน็อค” กล่าวว่า การใช้หมวกกันน็อคเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังโรงเรียนเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

“จำนวน ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนที่ใช้หมวกกันน็อคเวลาเดินทางมาส่งบุตรหลานที่โรงเรียนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน บางคนถึงกับเดินมาขอโทษกับคุณครูประจำชั้นเพราะลืมสวมหมวกกันน็อคให้กับบุตรหลาน ถือว่าโครงการนำร่องโรงเรียนกันน็อคสามารถสร้างจิตสำนึกและพฤติกรรมด้านความปลอดภัยของการใช้รถใช้ถนนอย่างมีประสิทธิภาพ” อ.หทัยรัตน์กล่าว

เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของแผนรณรงค์ขับขี่รถอย่างปลอดภัย องค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children จึงเตรียมขยายโครงการโรงเรียนกันน็อคเพิ่มอีก 100 แห่ง พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับรายละเอียดและกระบวนการทำงานร่วมกันต่อไป

ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เป้าหมายของโครงการคือ  ภายในปี 2560 สามารถป้องกันเด็กกว่า 2,000 คนจากการเสียชีวิต และอีก  50,000 คนจากการบาดเจ็บร้ายแรง  จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ผ่านโครงการ “นักเรียนกันน็อค” โดยขยายให้ทั่วประเทศ  เพราะปัจจุบันสถิติการเสียชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในเด็กยังมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานจาก องค์การอนามัยโลก พบว่าจากการสำรวจ 182 ประเทศ พบอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลกเป็นจำนวนสูงถึง 1.24 ล้านคนต่อปี และอัตราผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นจำนวน 20-50 ล้านคนในแต่ละปี

จากผลการสำรวจปี 2558 พบว่าประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยสถิติระบุว่าผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมีจำนวน 36.2 คนต่อประชากร 100,000 คนต่อปี ทั้งนี้มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่สวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 52 ขณะที่ผู้โดยสารสวมหมวกน้อยลงไปอีกเพียงแค่ร้อยละ 20 เท่านั้น ส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนของประชากรไทยมีค่าเฉลี่ย 5.1% ของอัตราการเสียชีวิตโดยรวม

 

รายละเอียดโครงการ

แคมเปญ Helmet Hero ฮีโร่กันน็อค คืออะไร

ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและพิการจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับสองของโลก โดยส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถจักรยานยนต์ และเป็นเด็กๆที่ต้องเสียชีวิตสูงถึง 2,600 คน บาดเจ็บและพิการอีกกว่า 72,000 คนในแต่ละปี ผลสำรวจพบว่าสาเหตุหลักของการไม่สวมหมวกนิรภัย คือการคิดว่าหมวกนิรภัยไม่ใช่สิ่งจำเป็นเพราะเดินทางใกล้ๆ ไม่ได้ออกถนนใหญ่ เป็นเรื่องเสียเวลา และหลายครั้งถูกมองว่าไม่เท่

เพื่อเป็นการต่อยอดจากแคมเปญ The 7% Project ในปีที่ผ่านมา ในปี 2558 นี้ องค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children จึงได้ริเริ่มแคมเปญ Helmet Hero หรือ ฮีโร่กันน็อค เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าผู้กล้าที่มั่นใจและพร้อมจะแบ่งปันเรื่องราวความปลอดภัยบนจักรยานยนต์ของตัวเองให้กับผู้อื่น ก้าวออกมาสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ใช้จักรยานยนต์ทุกคน

โรงเรียนกันน็อค

นอกจากโครงการรณรงค์ผ่านสื่อแล้ว ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาองค์การช่วยเหลือเด็ก Save the Children ได้ร่วมกับมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) ภาคีเครือข่าย และกรุงเทพมหานคร เปิดโครงการนำร่อง “โรงเรียนกันน็อค” ใน 6 โรงเรียน เพื่อค้นหาคุณครู และนักเรียนที่สวมหมวกนิรภัยเป็นประจำมาเป็นผู้นำในการชักชวนเพื่อนๆในโรงเรียน รวมไปถึงผู้ปกครอง และคนอื่นๆในชุมชน ให้หันมาใส่ใจเรื่องความปลอดภัย ความสำเร็จจากโครงการนี้จะได้รับการต่อยอดขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นๆต่อไปทั่วกรุงเทพฯ

ภาพรวมโครงการ The 7% Project

ทุกๆวัน มีเด็กในวัยเรียนราว 1.3 ล้านคนที่เดินทางโดยการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ แต่กลับมีเพียง 7% เท่านั้นที่สวมหมวกนิรภัย แม้ว่าจะมีกฎหมายบังคับใช้ก็ตาม

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยในแต่ละปี มีเด็กกว่า 2,600 คนเสียชีวิต หรือมากกว่า 7 คนต่อวัน และอีกเกือบ 200 คนต่อวันได้รับบาดเจ็บหรือพิการ หรือกว่า 72,000 คนต่อปี

ความสูญเสียเหล่านี้สามารถป้องกันได้ ด้วยการให้เด็กๆที่เดินทางด้วยการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง

เครือข่ายองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านคุ้มครองเด็กและป้องกันอุบัติภัยบนท้องถนน นำโดย มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) และ องค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) จึงได้ร่วมมือกันริเริ่มโครงการ The 7% Project – เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก โดยมีจุดประสงค์เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตของเด็กกว่า 2,000 คน และปกป้องเด็กจากการบาดเจ็บอีกกว่า 50,000 คน ทั่วประเทศภายในปี 2560