คูณคลัง เค้าภูไทย : อยากใช้ชีวิตเต็มที่ ต้องรู้จักวิธีดูแลตัวเอง

คูณคลัง เค้าภูไทย กราฟิกดีไซนเนอร์และผู้กำกับมิวสิควิดีโอและภาพยนตร์โฆษณาแถวหน้าของเมืองไทย เต็มที่กับทุกเรื่องของชีวิต ไม่ว่าการทำงานที่เขารัก ไปจนถึงการขี่มอเตอร์ไซค์ไลฟ์ไตล์ที่เขาหลงใหล “อยากใช้ชีวิตเต็มที่ ต้องรู้จักวิธีดูแลตัวเอง”  “ถ้าคุณอยากสนุกกับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไปนานๆ ก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง”

แม้ว่าผมยาวและรอยสักเต็มตัวจะเป็นรูปลักษณ์ที่ค่อนข้างแรงในสายตาคนทั่วไป แต่จะมีใครรู้ว่าคุณ “คลัง” รู้จักดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองอย่างดี “กินคลีน” และออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว

อย่างไรก็ตามก่อนจะมาเป็นคูณคลัง เค้าภูไทย ไอดอลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ในวันนี้  ชายวัย37 ปีผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาแล้วหลายครั้งหลายหน  เส้นทางชีวิตของเขาไม่ได้สวยหรู จากเด็กเกเรติดยา โดดเรียน ก่อเรื่องสารพัดให้พ่อแม่ต้องปวดหัว กลับตัวกลับใจจนเป็นผู้กำกับมือรางวัลและอาจารย์พิเศษในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืน

คุณคลังเล่าว่าสิ่งหนึ่งที่อยู่กับเขามาตลอดทั้งในช่วงที่ดีและไม่ดีของชีวิตคือมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเขาเปรียบได้กับอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์แบบ “แม่บ้าน” ที่แม่ซื้อให้เป็นคันแรกสมัยเรียนชั้น ม.2 จนถึงวันนี้ที่เขามีฮาร์เลย์ เดวิดสัน บิ๊กไบค์ระดับตำนานเป็นของตัวเอง คูณคลังบอกว่าเขามีความสุขทุกครั้งเมื่อใช้ชีวิตอิสระสัมผัสสายลมยามขับมอเตอร์ไซค์ท่องไปบนท้องถนน

“ผมยังจำความรู้สึกเวลาลมปะทะหน้าครั้งแรกที่ขี่มอเตอร์ไซค์ได้ และความรู้สึกนี้ยังเกิดขึ้นทุกครั้งที่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ แต่ที่บ้านไม่รู้หรอกว่าผมขี่มอเตอร์ไซค์ได้แย่ขนาดไหน”เขากล่าว “สมัยนั้นไม่มีใครเขาใส่หมวกกันน็อคกันหรอก”

_MG_0409โชคยังดีที่ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ มีเพียงมอเตอร์ไซค์ล้มเป็นแผลถลอกตามตัวเท่านั้น

        คูณคลังกับมอเตอร์ไซค์ห่างเหินกันไปพักหนึ่งช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยรังสิต ก่อนที่จะหวนมาพบกันอีกครั้งในวัยทำงาน เมื่อเขาเหลือบไปเห็นโฆษณารถมอเตอร์ไซค์ยี่ห้อหนึ่งแล้วเกิดถูกชะตาราวกับได้เจอเพื่อนเก่าที่จากกันไปนาน เขาไม่รอช้าที่จะซื้อมาเป็นเจ้าของ คูณคลังกลับมามีชีวิตบนสองล้อมอเตอร์ไซค์ วาดลวดลายผาดโผน ยกล้อหน้า ล้อหลัง ปีนฟุตบาท เต็มที่ทุกรูปแบบ แต่คราวนี้เขามีอุปกรณ์ฟูลออพชั่น ทั้งหมวกกันน็อค แว่นตากันลม ถุงมือหนัง รองเท้าบู๊ต  ฯลฯ ด้วยเหตุผลง่ายๆ  “ถึงเวลาที่จะต้องใส่”

       “ผมคิดว่าเวลามันเปลี่ยนไป  เวลาขี่มอเตอร์ไซค์บนถนนใหญ่ มันอันตรายเพราะรถเยอะขึ้น กว่าเมื่อก่อน  และรู้สึกว่าใส่มันก็เท่ดี  จริงๆ ก็ไม่คิดว่าตัวเองขี่มอเตอร์ไซค์แล้วจะล้มหรือประสบอุบัติเหตุหัวฟาดพื้นหรอก แต่ใส่แล้วมันก็รู้สึกดีกว่า  รู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่าขี่ได้มั่นใจกว่าและขี่สนุกขึ้นด้วย”

        ด้วยความที่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์โลดโผน หมวกกันน็อคช่วยให้ชีวิตเขาได้ อุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดจากการขี่มอเตอร์ไซค์ คือตอนที่เขาเล่นมอเตอร์ไซค์สตันท์ “ตอนนั้นผมขี่ยกล้อหลังโดยขับมาด้วยความเร็วประมาณ 60-70 กม.ต่อชั่วโมง แล้วเบรกทันทีเพื่อให้ล้อหลังจะยก แล้วเราก็ปล่อยเลี้ยงมันไป แต่วันนั้นทำแล้วระยะมันไม่ได้ พอยกล้อปุ๊บกำแพงอยู่ข้างหน้าแล้ว ชนเข้ากำแพง สลบไปพอฟื้นขึ้นมารู้สึกว่าหน้าแฉะ คอเอียง มอเตอร์ไซค์ยังไม่ดับ ผมเอามือควานไปในปากสำรวจว่าฟันอยู่ครบมั้ย แล้วก็จับหน้า นิ้วหลุดเข้าไปในเบ้าตาขวา เพื่อนพาส่งโรงพยาบาล สรุปว่ากะโหลกหน้าฝั่งขวาแตกยุบลงไป กรามหัก 3 ท่อน ตาขวาเกือบหลุดออกมา ซี่โครงก็หัก ไหปลาร้าหัก ตอนนั้น ถ้าไม่ได้ใส่หมวกกันน็อคก็ตายตรงนั้นแล้ว” คูณคลังเล่าถึงประสบการณ์เฉียดตายที่เกิดขึ้นกับตน

        อุบัติเหตุครั้งอื่นๆ เกิดจากการขับขี่บนท้องถนนด้วยความประมาทไม่สวมหมวกกันน็อค เหตุเกิดบริเวณจุดยูเทิร์นใต้สะพานเอกมัย เขาขี่มอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็ว และเสียหลักล้ม ตัวไถลไปบนพื้น ฟุตบาทผ่านหน้าไปแบบฉิวเฉียด ถ้าศีรษะเขาฟาดก็อาจไม่รอด_MG_0427_2

        ทุกวันนี้หากลบรอยสักตามแขนขาและลำตัวออกไป ร่องรอยของแผลเป็นจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ทั่วร่างกาย ไม่นับเหล็กยึดกระดูกบริเวณใบหน้าด้านขวากับดวงตาด้านขวาที่ใช้การได้ไม่เหมือนเดิมหลังอุบัติเหตุขี่สตันท์ชนกำแพงในครั้งนั้น

        “ผมสรุปได้เลยว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกครั้งเกิดจากความประมท แต่ผมไม่มีบาดแผลในใจจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์นะ คนส่วนใหญ่เวลาเกิดอุบัติเหตุแรงๆ แล้วจะกลัว จะเลิกขี่มอเตอร์ไซค์ ผมไม่เลิก”

        คูณคลังบอกว่าคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดไม่มีใครอยากให้เขาขี่มอเตอร์ไซค์ แต่ “ใครเตือนก็ไม่ฟัง” เพราะเขาเองเท่านั้นที่คอยเตือนตัวเอง “ผมจะคิดทุกครั้งที่ขับมอเตอร์ไซค์ว่า เราตายได้เสมอ เราห้ามมัจจุราชของท้องถนนไม่ได้ แต่ก็ต้องสู้กันถึงที่สุด คือ ป้องกันตัวเองไว้”

        “การป้องกันตัวเอง” ที่คูณคลังพูดถึง นอกจากการสวมหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐาน และอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สวมถุงมือ ใส่เสื้อเกราะป้องกันคอและลำตัว ไปจนถึงการเข้าคอร์สอบรมการขับขี่อย่างปลอดภัยสำหรับรถมอเตอร์ไซค์เฉพาะบางประเภท

        พฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ สามารถช่วยชีวิตคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่นหลีกเลี่ยงการไม่ฟังเพลงขณะขับขี่เพื่อให้ได้ยินเสียงผิดปกติของรถหรือสิ่งแวดล้อมรอบด้านช่วยให้เรามีสติรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างทันท่วงที

        เขาเชื่อว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนขี่มอเตอร์ไซค์สวมหมวกกันน็อค ควรเริ่มจากการเปลี่ยนความเชื่อที่ว่า “ใส่แล้วไม่เท่” ให้ได้เสียก่อนโดยเฉพาะกับกลุ่มเด็กวัยรุ่นแว้นมอเตอร์ไซค์

“ต้องทำลายความเชื่อที่ว่าใส่แล้วไม่เท่ไปก่อน ผมห่วงเด็กแว้น น้องๆ พวกนี้เป็นแค่เด็กที่แสวงหาความบันเทิง ความสนุกในชีวิต เราต้องทำให้คนเห็นว่าถ้าคุณอยากสนุกนานๆ อยากมีชีวิตยืนยาวอยู่กับมอเตอร์ไซค์ไปนานๆ คุณก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเองด้วยอุปกรณ์ต่างๆ”

        ทุกวันนี้คูณคลังใช้รถยนต์ในการเดินทางมากขึ้น แต่ความรักและความฝันเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ยังมีอยู่เต็มเปี่ยม เหมือน “เดฟ  โกรวห์” นักดนตรีร็อคชาวอเมริกัน อดีตมือกลองวงเนอวาน่า (Nirvana) และนักร้องนำวงฟูไฟเตอร์ (Foo Fighter) ผู้หลงใหลในการขี่มอเตอร์ไซค์และคูณคลังเรียกได้ว่าเป็น”ฮีโร่ในดวงใจ” เพราะชอบสะสมมอเตอร์ไซค์ ไม่เล่นยา ดูแลสุขภาพ ช่วยสังคม คูณคลังมีความเห็นว่า  biker ควรเป็นแบบนี้ คือ ทำได้หลายๆ อย่างไม่ใช่บ้ามอเตอร์ไซค์ก็อยู่แต่กับมอเตอร์ไซค์ คุยแต่เรื่องนี้ แต่ชีวิตไม่ได้มีแค่มอเตอร์ไซค์

เพราะชีวิตไม่ได้มีแค่มอเตอร์ไซค์ เชาจึงยังเก็บความใฝ่ฝันหนึ่งเอาไว้ในใจ รอจังหวะเหมาะๆ เพื่อทำฝันนั้นให้เป็นจริง “ผมมีความฝันว่าอยากขี่มอเตอร์ไซค์ผ่าน Route 66 ถนนที่ยาวที่สุดของอเมริกา อยากขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามรัฐ จินตนาการเหมือนยุคฮิปปี้ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยๆ  ค่ำไหนนอนนั่น ผมอยากทำอย่างนั้น”

เชื่อแน่นอนว่าคูณคลังจะวิ่งตามความฝันกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปบน Route 66 พร้อมหมวกกันน็อคและอุปกรณ์ ป้องกันตัว เพราะเขาอยากสนุกกับมอเตอร์ไซค์และชีวิตไปอีกนาน