อิฐก้อนแรก

“ผมอยากให้มีแชร์ลูกโซ่หมวกกันน็อค คนนึงใส่แล้วไปบอกต่อให้เพื่อนใส่กันไปเรื่อยๆ วิธีเดียวกับแชร์ลูกโซ่ ที่คนไทยรู้จักกันดีนั้นแหล่ะ” นพ.อดิศักด์ ผลิตผลการพิมพ์ กุมารแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวกับทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาฮีโร่หมวกกันน็อค ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่แฝงไว้ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

คุณหมอเริ่มชีวิตบนเส้นทางการทำงานด้านสาธารณสุขเมื่อ 30 ปีก่อน หลังเรียนจบจากคณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี ด้วยการเป็นแพทย์กองทัพบกอยู่ที่ ค่ายสุริยพงษ์ จังหวัดน่านอยู่ 3 ปี ถือเป็นช่วงเวลาที่ประทำใจไม่ลืมเพราะมีโอกาสได้ใช้ความรู้เพื่อช่วยเหลือ ชุมชนห่างไกล “ความรักที่ผมได้จากเพื่อนพี่น้องทหารและครอบครัวในค่ายสุริยพงษ์เป็นรางวัลชีวิตเดียวที่ผมภูมิใจมากที่สุดในการได้เป็นแพทย์”

DSC_2376

เมื่อมีครอบครัวและลูกเล็ก จึงตัดสินใจกลับมาทำงานอยู่ที่หน่วยกุมารแพทย์ผู้ป่วยนอกของรามา แม้ว่าจะมีอาจารย์หมอท่านนึงเคยพูดว่า “หน่วยนี้เจริญเติบโตได้ยาก” แต่ผมเห็นงานอุบัติเหตุในเด็กไม่มีใครทำ โดยเฉพาะเรื่องงานป้องกัน ขณะนั้นประเทศสวีเดนเป็นประเทศที่เด็กมีความปลอดภัยมากที่สุด เพราะมีอัตราการตายจากอุบัติเหตุต่ำสุดในโลก Dr Ragnar Berfenstam กุมารแพทย์จากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัย Uppsala ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการป้องกันอุบัติเหตุในเด็ก ผมจึงเขียนจดหมายไปหา Dr Berfenstam เพื่อขอโอกาสศึกษางานนี้ที่สวีเดน ขณะนั้นท่านอายุ 80 แล้ว ท่านตอบจม. มา และให้ผมถือจม.ไป Karolinska Institute เพื่อพบกับ Dr Svanstroam ผมจึงได้เรียนต่อปริญญาโทด้านงานป้องกันอุบัติเหตุในเด็ก และทำให้ทราบว่าอุบัติเหตุและความรุนแรงเป็นสาเหตุ การเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กจมน้ำ ปีนึงๆ มีเด็กไทยที่เสียชีวิตเพราะว่ายน้ำไม่เป็นกว่า 1,500 คน

เมื่อกลับมาเมืองไทยผมจึงเริ่มต้นจัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็กอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 10 ต.ค.45 เริ่มแรกมีแค่ผมกับลูกน้องหนึ่งคนช่วยกันทำงาน ศึกษาเปรียบเทียบการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในเด็ก กับประเทศที่เจริญแล้วอย่างสวีดนและญี่ปุ่น พบว่า อุบัติเหตุในกลุ่มเด็กนักเรียนบ้านเรามีมากกว่าเขาถึง 50เท่าตัว

สร้างความปลอดภัยเพื่อเจนเนอเรชั่นใหม่
ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่สนใจพัฒนาเศรษฐกิจและจีดีพี แต่ละเลยการลงทุนด้านความปลอดภัย ต้องรวก่อนถึงกลับมาให้ความสำคัญ แต่เด็ก ในช่วงเวลานั้นมากมายต้องตายไปอย่างน่าเสียดาย ปัญหาเชิงเศรษฐกิจและสังคมนี้สะท้อนมาในรูปแบบการใช้มอเตอร์ไซต์เป็นยานพาหะ หลักของครอบครัวไทยจำนวนหนึ่ง แต่กม.เรื่องหมวกกันน็อคไม่เข้มแข็งโดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ดังนั้นความยากของการทำงานคือต้องป้องกันดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเด็ก ในขณะเดียวกันก็ต้องต่อสู่กับผู้ที่ไม่เห็นด้วย “ไม่มีโรคไหนที่ทำให้เด็กตาย3พันกว่าคนต่อปี เท่ากับอุบัติเหตุ ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ ตายน้อยกว่านี้สิบเท่าตัว แต่ต้องยอมรับว่า เส้นทางนี้ไม่ง่ายและไม่ใช่เรื่องของการแพทย์อย่างเดียว ไม่ใช่วัคซีน ไม่ใช่ยา ที่จะทำให้เขาไม่เป็นโรคนี้ ต้องทำงานกับหลายวิชาชีพในสังคม เพื่อผ่านอุปสรรคเหล่านี้ และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” คุณหมอย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง

สองปีต่อมาเราเริ่มจัดประชุมกับภาคเอกชน เขาชี้แจงว่ากฏหมายไม่ได้ระบุให้ผลิตหมวกกันน็อคเด็ก และประเทศที่พัฒนาแล้วก็ไม่มีกฏหมายนี้ เราจึงให้เหตุผลว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเขาไม่นิยมให้เด็กขึ้นมอเตอร์ไซต์ บริบทบ้านเขาไม่เหมือนประเทศกำลังพัฒนาอย่างเรา จึงเริ่มมีการรณรงค์ เรื่องนี้อย่างจริงจัง สมัยนั้นมีบริษัทต่างประเทศเพียงไม่กี่บริษัทผลิตหมวกกันน็อคเด็กโดยใช้มาตรฐานเดียวกับหมวกจักรยาน หากเราใช้เครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) บังคับใช้แล้วภาคเอกชนกังวลว่าเราจะเสียประโยชน์ทางการตลาด ต้องนำเข้าหมวกกันน็อคเด็กอย่างเดียว เราจึงได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชนผลิตหมวกกันน็อคเด็กให้ใช้ในประเทศ ช่วยลดอัตราการตายและ พิการของเด็กได้ คุณหมอเล่าย้อนถึงที่มาของงานรณรงค์ที่จุดติดขึ้นพร้อมๆกับการเริ่มผลิตหมวกนิรภัยของเด็กให้ได้ใช้ในประเทศ

DSC_2391

งานของนพ.อดิศักดิ์ไม่จบลงเพียงแค่ช่วยให้มีการผลิตหมวกกันน็อคสำหรับเด็กไทยไว้ใช้เท่านั้น เพราะการขับเคลื่อนงานด้านความปลอดภัยและ ป้องกันความรุนแรงในเด็กยังต้องอาศัยงานวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านนี้อยู่อีกมาก จำเป็นต้องหาทุนจากกองทุนต่างๆ เพื่อทำงานเลี้ยงตัวเองให้ได้ นพ.อดิศักดิ์มองว่า ภายใน 8 ปี ศูนย์วิจัยฯ จะสามารถสร้างเครือข่ายสหวิชาชีพที่เข้มแข็งเพื่อ ทำกิจกรรมรณรงค์ และส่งเสริมงานด้านความปลอดภัยในเด็กต่อไป เพื่อลดอัตราการตายจากการบาดเจ็บในเด็กเล็กและเด็กโตอย่างต่อเนื่อง

เราถามคุณหมอว่า เมืองไทยจะเดินไปถึงวัฒนธรรมความปลอดภัยหรือไม่? “ถึงอยู่แล้ว แต่ถ้าช้าเกิน ระหว่างทางก็มีคนสูญเสียมากการณรงค์หยุดไม่ได้” ถึงจุดหนึ่งการใส่หมวกกันน็อคก็จะเป็นไปโดยธรรมชาติ เป็นนิสัย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ถึงจุดหนึ่งมันเปลี่ยนแน่ เพียงแต่ว่าระหว่างทางมันสูญเสียเยอะไป.. “ อย่างน้อยผมก็ภูมิใจว่า งานความปลอดภัยเด็กนี้ศิษย์รามารุ่น 16 ได้บุกเบิกเริ่มต้นไว้ในประเทศ ผลลัพธ์อาจยังไม่ดีดังใจ แต่ก็น่าจะส่งผลดีๆต่อเด็กไทยได้ไม่มากก็น้อย”